การเตรียมตัวการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่

1738 views

shutterstock 56525863 web

ปัจจุบันอุบัติการณ์โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น   จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2538-2540  พบว่า อุบัติการณ์โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เมื่อเทียบตามอายุ สำหรับเพศชายเท่ากับ 10.9 รายต่อประชากร  100,000 คน (รองจากมะเร็งตับและปอด)  เพศหญิงเท่ากับ 7.3 รายต่อประชากร 100,000 คน (รองจากมะเร็งปากมดลูก  เต้านม  ตับและปอด) ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามอายุ  โดยเฉพาะตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป  ทั้งนี้เป็นเพราะรูปแบบการดำเนินชีวิต  บริโภคนิสัยที่เลียนแบบตามวัฒนธรรมชาวตะวันตกมากขึ้น เช่น การบริโภคอาหารไขมันสูง (กรดไขมันอิ่มตัวจากสัตว์) เนื้อแดง  กากใยน้อย (ผัก ผลไม้)  อาหารที่ปรุงจนไหม้เกรียม  ออกกำลังกายน้อย  ทำให้เกิดโรคอ้วน  รวมถึงประวัติเคยเป็นติ่งเนื้องอกหรือมะเร็งลำไส้ใหญ่  ลำไส้อักเสบเรื้อรัง  ประวัติครอบครัวเกี่ยวกับโรคติ่งเนื้องอกในระบบทางเดินอาหาร (FAP) มะเร็งระบบทางเดินอาหารหรืออวัยวะอื่นๆ ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม (HNPCC)  หรือมะเร็งลำไส้ในญาติลำดับหนึ่ง

อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่           

อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่ขึ้นอยู่กับขนาด  ตำแหน่งของรอยโรคและระยะโรค  ได้แก่  ความผิดปกติของการถ่ายอุจาระทั้งลักษณะอุจจาระและความถี่ (อุจจาระดำ  ปนมูกเลือด ก้อนลีบเล็กลง  ท้องผูกหรือท้องเสีย)  อาการปวดท้องเรื้อรัง  ท้องอืด  คลำได้ก้อนที่หน้าท้อง  เบื่ออาหาร  น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ  เหนื่อยง่าย  วิงเวียนจากเลือกจางไม่ทราบสาเหตุ  ไข้เรื้อรัง หรืออาการจากการกระจายของมะเร็งไปอวัยวะอื่นๆ  เช่น ตับ ปอด สมองและกระดูก

สำหรับการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่นั้น  ขึ้นอยู่กับระยะของโรคเป็นสำคัญ (แบ่งเป็น 5 ระยะ  ตั้งแต่ 0-4  ตามลำดับความลึกจาดเยื่อบุผิวลำไส้ใหญ่  การกระจายไปสู่ต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่นๆ)  โดยพิจารณาการผ่าตัดเป็นอันดับแรก  เพราะมีโอกาสหายขาดมากที่สุด การรักษาอื่นๆ เช่น การฉายแสง  เคมีบำบัด  การรักษาด้วยวิธีทางภูมิคุ้มกัน  หรือการรักษาด้วยวิธีการส่องกล้อง  พิจารณาเมื่อผ่าตัดไม่ได้  หรือใช้ร่วมกับการผ่าตัด  เพื่อให้เกิดผลที่ดีขึ้นหรือลดอัตราการเกิดซ้ำ  พยากรณ์โรคขึ้นอยู่กับระยะของโรคและประสิทธิภาพการรักษาที่ได้รับ

ดังนั้น  จึงเห็นได้ว่าการตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่ระยะแรกๆ  หรือยังไม่มีอาการ จะช่วยลดอัตราการตายจากโรคได้และช่วยให้มีโอกาสรักษาหายขาดได้มากขึ้น  ปัจจุบันสมาคมแพทย์ส่องกล้องทางเดินอาหารอเมริกัน  ได้กำหนดแนวทางการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงปกติ  หรือเสี่ยงสูงไว้ล่าสุด  เมื่อปี พ.ศ. 2549  โดยวิธีการตรวจที่ดีที่สุดในปัจจุบัน  คือ การตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ทั้งหมด  ซึ่งมีความแม่นยำสูงและสามารถตัดชิ้นเนื้อหรือให้การรักษา  เมื่อพบความผิดปกติจากการส่องกล้องได้ทันที  กำหนดให้ทำทุก 10 ปี  ในบุคคลที่มีความเสี่ยงปกติ  ถ้าไม่พบความผิดปกติจากการตรวจ

การเตรียมตัวเพื่อรับการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่

ต้องงดอาหารที่มีกากใยมาก เช่น ผัก  ผลไม้ หรือรับประทานอาหารเหลวตั้งแต่วันก่อนตรวจ  การเตรียมลำไส้ด้วยยาระบาย  หรือร่วมกับการสวนอุจจาระ  งดอาหารหลังเที่ยงคืนวันก่อนตรวจ  และควรมีญาติติดตามมาโรงพยาบาลด้วย  เนื่องจากหลังส่องกล้องผู้ป่วยอาจยังไม่รู้สึกตัวปกติเพราะผลจากยาแก้ปวด  หลังการตรวจส่องกล้อง ให้รอจนผู้ป่วยรู้สึกตัวดี  หายท้องอืด  จึงรับประทานอาหารได้  ถ้ามีการทำหัตถการเพิ่มเติม  เช่น ตัดติ่งเนื้องอก  อาจต้องสังเกตอาการในแง่ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ภาวะแทรกซ้อนจากการให้ยาระบาย  โดยเฉพาะในผู้ป่วยสูงอายุ  โรคไตหรือหัวใจ  การใช้ยาแก้ปวดชนิดกดระดับความรู้สึกตัว  เลือดออกจากการทำหัตถการ  อาการปวดท้อง  กดเจ็บเฉพาะที่หรือเป็นไข้  ภายหลังการตัดติ่งเนื้องอกขนาดใหญ่  ไม่มีก้าน  หรือลำไส้ทะลุ  ซึ่งมีโอกาสเกิดน้อยมาก  และอาจต้องรับการผ่าตัดโดยเร่งด่วน